B. written (had researched and written เป็นการใช้กริยาที่ขนานกัน)
A. no (no + noun, not + adj/adv.)
D an (a นำหน้าคำที่
ออกเสียงสระan นำหน้าคำที่
ออกเสียงสระ (อ-)
ขอย้ำว่าเป็นเรื่องของการออกเสียงไม่ใช่
รูป)
D control(โครงสร้างของคำต้องสอดคล้องกับคำอื่นในประโยคที่มหน้าที่เดียวกันในประโยคคือ including heavy capitalization,
specialization of production, and control)
B plan (had better + infinitive w/o to)
D have remained (ประธานของกริยาคือ that ซึ่งแทนคำว่า forms เวลาวิเคราะห์ประโยคมองให้ละเอียด)
B. were (ใน if clause (แบบเป็นไปไม่ได้) ไม่ใช้ was แต่จะใช้ were กับประธานทุกตัว)
B. began (ข้อนี้คงจะทดสอบว่าผันกริยา to begin ได้ถูกหรือเปล่า)
B. that (so + adj/adv + that + clause)
D. without experiencing (without + noun หรือคำ/กลุ่มคำที่เทียบเท่า noun เช่น Ving)
C. to understand (โดยทั่วไปหลัง to จะเป็นกริยาช่องที่ 1ยกเว้นบางสำนวนที่ต้องตามด้วย Ving เช่น commit to, looking forward to)
B. interesting (Bangkok is exciting. = กรุงเทพน่าตื่นเต้น; Bangkok is excited. = กรุงเทพตื่นเต้น (ไม่มีความหมาย) คำลักษณะนี้มีหลาย
คู่เวลาใช้ต้องดูว่าได้ความหมายหรือเปล่า เช่น surprise - surprising. confused - confusing)
A. most (most + noun, almost + verb/adj./adv.)
A. be (ภาษาอังกฤษมีคำอยู่กลุ่มหนึ่งที่นำหน้า that + clause แล้วจะมีผลทำให้กริยาใน clause นั้นไม่ต้องผันตาม tense หรือ ประธาน เช่น
important, necessary, suggest, insist etc. + that + clause (S + verb และต้องไม่มี should นำหน้า เพราะถือว่าเป็นการใช้คำฟุ่มเฟือย)
B. was (accompanied by...ถือว่าเป็นส่วนที่มาขยายประธานไม่ได้เชื่อมประธาน 2 กลุ่มเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นกริยาจะผันตามประธานตัวแรก)
D. enough (adj/adv. + enough)
D. no longer
B. he (ขยายประธานของกริยา were ไม่ใช่กรรม)
D. them (from + object, their เป็นกรรมของประโยคไม่ได้ แต่ถ้าแก้เป็น their ancestors ได้)
A. sometimes (sometimes = บางครั้ง; sometime = ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง)