|
จะเรียนต่อปริญญาโท (MBA) ที่ไหนดี?
ตอนนี้มหาวิทยาลัยเรียกได้ว่าเกือบจะทุกแห่งในประเทศไทยเปิดสอน
MBA กันทั้งภาคปกติและภาคพิเศษ
มีให้เลือกจนไม่หวาดไม่ไหว
พูดกันง่าย ๆ ว่าคนไหนอยากเรียก MBA
ได้เรียนอย่างแน่นอน
คราวนี้คงต้องมาศึกษาข้อมูลกันต่อว่าจะเลือก(สอบและ)เรียนที่ไหนดี
ข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะวางแผนกันต่อไปที่พอจะให้เพื่อนำไปพิจารณากันก็คงมีหลายเรื่อง
เอาเป็นว่าเริ่มจาก 1.
ค่าใช้จ่าย
ความจริงข้อหนึ่งที่ไม่มีใครพูดออกมาตรง
ๆ
แต่ยอมรับอย่างไม่โต้แยงเลยก็คือว่า
การเปิดสอนปริญญาโทในขณะนี้เป็นการหารายได้ให้กับมหาวิทยาลัย(และผู้สอนในที่สุด)
ค่าใช้จ่ายจึงไม่เป็นแบบปริญญาตรี(หลักสูตรปกติในมหาวิทยาลัยของรัฐบาล)ที่ใช้เงินจากรัฐบาลส่วนใหญ่มาสนับสนุน
ค่าใช้จ่ายในหลักสูตรนี้จึงไม่ต่ำกว่า(หลาย)แสนบาท
แต่โดยทั่่วไปคนที่เรียนต่อ MBA
มักจะมีงานทำหรือมีกิจการเป็นของตัวเองปัจจัยข้อนี้ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่หนักใจซักเท่าไหร่
แต่ในฐานะที่เคยผ่านประสบการณ์มาก่อนก็ยังอยากแนะนำว่า
เรื่องนี้ก็ควรจะพิจารณาให้มากด้วย
2. การแข่งขัน
เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยต่างจากการสอบในปริญญาตรีซักเท่าไหร่
เพียงแต่ว่าการสอบเข้าปริญญาโทไม่ใช่เรื่องเอาเป็นเอาตายเท่ากับ
entrance ปริญญาตรี
เหตุการณ์ก็เลยไม่ค่อยเป็นที่สนใจของบุคคลภายนอกมากนัก
แต่ถ้าจะว่าไปการแข่งขันก็จะรุนแรงเพียงไม่กี่สถาบัน
ที่ได้ยอมรับว่ายากที่สุดก็คงจะเป็นที่ธรรมศาสตร์
รองลงมาก็เป็นจุฬาฯแล้วก็ NIDA
ตามลำดับ จริง ๆ
แล้วที่ธรรมศาสตร์ภาคปกติ(แต่เรียนตอนเย็น)
ก็เป็นหลักสูตรที่ถูกที่สุดในหลักสูตรทั้งหมดที่เรียนนอกเวลาราชการด้วย
อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันที่นี่สูง
(ความเห็นส่วนตัว) 3.
การเตรียมตัวสอบ
การสอบปริญญาโทในบ้านเราเป็นแบบสูตรใครก็สูตรใคร
การเตรียมสอบเข้าธรรมศาสตร์
อาจต้องใช้เนื้อหาที่แตกต่าง(อย่างน้อยก็บางส่วน)กับการสอบที่จุฬาฯหรือ
NIDA ถึงแม้โดยรวม ๆ
อาจจะพูดได้ว่าคล้่าย ๆ กัน
แต่ขอบอกว่าถ้าจะเตรียมจริง ๆ
แล้วละก็ต่างกันมากทีเดียว
วิชาที่สอบคร่าว ๆ
ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ
ธรรมศาสตร์
- ภาษาอังกฤษ (จัดสอบโดยสถาบันภาษาปีละ 4 ครั้ง ติดตามได้จากปฏิธินหรือลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)
- GMAT (จริง ๆ
เรียกว่าข้อสอบตามแนว GMAT
เพราะว่าไม่ได้ตรงกับ GMAT
ของต่างประเทศซะทีเดียว)
เนื้อหาของข้อสอบก็แบ่งออกเป็น part
ย่อย ๆ ได้อีก 3 part
1. Problem Solving
2. Data Sufficiency
3. การวิเคราะห์/การอ่านบทความ หรือการใช้เหตุผลทางภาษา
จุฬาฯ
- ภาษาอังกฤษ (จัดสอบโดยสภาบันภาษาเช่นกัน แต่เป็นสถาบันภาษา จุฬาฯนะ หารายละเอียดเพิ่มเติมที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
- GMAT คล้าย ๆ
กับของธรรมศาสตร์แต่เพิ่มอีก 1 section
คือการอ่านตาราง/กราฟ
ส่วนในตอนที่สามก็จะทดสอบความรู้ทั่วไปด้วย
(คล้าย ๆ กับ ของ NIDA ที่จะพูดต่อไป)
NIDA
- ภาษาอังกฤษ (ดูข้อมูลที่ NIDA) - GMAT คล้าย ๆ
กับของธรรมศาสตร์ แต่ในส่วนที่ 3
จะทดสอบความรู้ทั่วไปด้วย
(ต้องติดตามข่าวคราวความรู้ทั่วไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ทางด้านเศรษฐกิจ)
4. ประสบการณ์ในการทำงาน
ข้อจำกัดนี้หลีกเลี่ยงยาก
เป็นต้นว่าหลักสูตร Y-executive
ก็บังคับว่าต้องมีประสบการณ์ในการทำงานหลังจบปริญญาตรีอย่างน้อย
3 ปี ส่วน X-MBA
ก็ต้องมีประสบการณ์มากกว่านั้น
แต่ละแห่งก็จะกำหนดไม่เหมือนกัน
พอเก็บข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้ได้แล้วก็วางแผนได้แล้วว่าจะเรียนต่อที่ไหนดี แล้วคราวนี้ก็มาเตรียมตัวสอบให้ถูกเรื่องกันต่อไป
|